หุ้นไทย (8 ก.พ.64) ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,516.43 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 จุด
หุ้นไทย (8 ก.พ.64) ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,516.43 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 จุด (+1.32%) มูลค่าการซื้อขาย 94,278.81 ล้านบาท
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียต่างเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปและดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯคาดว่าจะออกมาใช้ได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า และตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค.ของไต้หวันออกมาดีกว่าตลาดคาด ส่งผลให้หุ้นวัฎจักรเศรษฐกิจรับผลดีไปด้วย
ตลาดบ้านเราคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามา เห็นได้จากหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเป็นกลุ่ม SET50 ทั้งกลุ่มแบงก์, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่สัปดาห์นี้จะประกาศออกมามากขึ้น และในวันที่ 10 ก.พ.ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อทั้งของสหรัฐฯ, จีน และเยอรมัน หากออกมาสูงกว่าคาด หุ้นในกลุ่มแบงก์ก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วยจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (9 ก.พ.) นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ตลาดฯช่วยนี้ยังมี Sentiment บวกจากเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้น่าจะยังปรับตัวขึ้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,500-1,505 จุด ส่วนแนวต้าน 1,520-1,530 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
BBL มูลค่าการซื้อขาย 6,582.54 ล้านบาท ปิดที่ 129.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 6,310.76 ล้านบาท ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 5,167.72 ล้านบาท ปิดที่ 40.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท
IVL มูลค่าการซื้อขาย 3,825.19 ล้านบาท ปิดที่ 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,675.52 ล้านบาท ปิดที่ 106.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท
หุ้นไทย (8 ก.พ.64) ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,514.89 จุด เพิ่มขึ้น 18.28 จุด (+1.22%) มูลค่าการซื้อขายราว 49,976 ล้านบาท แรงหนุนจากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯคาดได้ข้อสรุปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวแดนบวก ยกเว้นตลาดหุ้นเวียดนามผันผวนและตลาดหุ้นเกาหลีปรับลง
ทั้งนี้ตลาดฯได้แรงหนุนจากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯคาดได้ข้อสรุปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า รวมถึงราคาน้ำมันฟิวเจอร์สล่าสุดปรับขึ้นมาราว 0.8%
นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะการตรวจเชิงรุกในจังหวัดสมุทรสาครพบผู้ติดเชื้อนรายใหม่น้อยลง ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ทำให้เช้านี้หุ้นกลุ่มแบงก์, พลังงาน และท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นมาได้ดี
อย่างไรก็ดี ใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีนทำให้มองว่าตลาดฯอาจจะเร่งตัวขึ้นก่อนจะค่อย ๆ ชะลอลงในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน แนะนำติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสเคลื่อนไหวในแดนบวกกรอบจำกัด พร้อมให้แนวรับ 1,500-1,505 จุด ส่วนแนวต้าน 1,515-1,520 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,015.59 ล้านบาท ปิดที่ 146.50 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 3,653.24 ล้านบาท ปิดที่ 126.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,079.23 ล้านบาท ปิดที่ 40.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,603.60 ล้านบาท ปิดที่ 106.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท
IVL มูลค่าการซื้อขาย 2,265.04 ล้านบาท ปิดที่ 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
หุ้นไทย (8 ก.พ.64) เปิดการซื้อขาย 1,509.07 จุด เพิ่มขึ้น +12.46 จุด (+0.83%) มูลค่าการซื้อขาย 4,075.78 ล้านบาท แรงหนุนตลาดหุ้นโลกเป็นเชิงบวก
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะซิกแซกขึ้น และมีลุ้นทะลุแนว 1,500 จุด จากแรงหนุนตลาดหุ้นโลกเป็นเชิงบวก โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐคืบหน้า แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯจะออกมาไม่ดี แต่นักลงทุนได้มองข้ามไปแล้ว อีกทั้งวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) เสริมความมั่นใจในการถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ราคาทองวันนี้ – 8 ก.พ. 64 ปรับราคา 3 ครั้ง
เริ่มแล้ว! ตรวจสอบสิทธิ์เราชนะ 8 ก.พ.ใน www.เราชนะ.com ลงทะเบียน เช็กผล ทบทวนสิทธิ์
ส่วนบ้านเรานักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบ 11 วัน และเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าวันนี้เป็นสัญญาณบวกจากทิศทางการลงทุนต่างชาติ รวมถึงราคาน้ำมันก็ยังปรับขึ้นส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน
อย่างไรก็ดี ให้ติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีการพิจารณามาตรการ"เรารักกัน"ช่วยเหลือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และติดตามการปรับน้ำหนักของ MSCI รวมถึงหุ้นใหญ่เข้าเทรดในปลายสัปดาห์นี้ และหลายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียจะปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน
พร้อมให้แนวรับ 1,490-1,492 จุด ส่วนแนวต้าน 1,500 ถัดไป 1,510-1,515 จุด
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 8.23 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 52.39 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 340.40 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (5 ก.พ.) ปิดที่ 56.85 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 62 เซนต์ หรือ 1.1% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ก.พ.) อยู่ที่ 2.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 30.03/06 แนวโน้มแกว่งแคบในกรอบ 30.00-30.10 ตลาดไร้ปัจจัยใหม่
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB